วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

ความจริง

ความจริงแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1. สมมุติสัจจะ (Conventional Truth)

ความจริงโดยสมมุติ
(หรือ โวหารสัจจะ ความจริงโดยโวหารหรือโดยสำนวนพูด)

เป็นความจริงเพียงขั้นสมมติ จริงตามภายนอก เพื่อสะดวกในการเรียกขาน ติดต่อสื่อสาร ถ้าสืบค้นถึงความจริงแท้ที่อยู่เบื้องหลังก็คงจะไม่มีความจริงอะไรมารองรับ แต่เราก็ยอมรับว่า มันเป็นความจริงในระดับหนึ่ง แม้จะเปรียบเหมือนเปลือก หรือกระพี้ของต้นไม้ก็ตาม เช่น เราบัญญัติว่า นายแดง รถยนต์ รูป นาม ก็เป็นความจริงและสะดวกในการเรียกขาน ไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่จริง



2. สภาวสัจจะ (Empirical Truth)
ความจริงตามสภาวะ

เป็นความจริงที่เกิดจากการคิดค้นวิจัย วิจารณ์วัตถุหรือจิตใจในระดับที่ลึกลงไป หรือวิจารณ์เรื่องที่เกิดขั้นว่ามีอะไรเป็นความจริงอยู่เบื้องหลัง เช่น ความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ว่า ชีวิตมีส่วนประกอบคือเซลหลายล้านตัว จิตมีพลังงานที่สามารถวัดคลื่นพลังได้ น้ำคือสารประกอบด้วยไฮโดรเย็น 2 ตัว และอ็อกซิเจน 1 ตัว เป็นต้น

3. ปรมัตถสัจจะ (Metaphysical Truth)
ความจริงที่อยู่เหนือวิสัยการรับรู้ทางประสาทสัมผัส เช่น เรื่อง วิญญาณ นรก สวรรค์ พระเจ้า หรืออภินิหาร เป็นต้น พุทธปรัชญาเรียกความจริงระดับที่ 3 นี้ว่าเป็นเพียงความจริงโดยสมมติ ปรมัตถสัจจะตามทัศนะพุทธปรัชญา คือ ความจริงสูงสุด ไม่มีการสมมติบัญญัติ มีอยู่ตามสภาพธรรมชาติเดิมของมัน คือ จิต เจตสิก รูป และนิพพาน

4. อริยสัจจะ (The Four Noble Truths) ความจริงที่แท้
ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จริงอย่างไรก็ยังคงเป็นจริงอย่างนั้นเสมอไป เพราะเป็นไปตามกฎแห่งเหตุปัจจัย ความจริงแบบอริยสัจนี้ เมื่อใครรู้ก็ทำให้เขาพ้นจากการยึดติดความเห็นผิดของตน รู้แล้วพ้นทุกข์ได้จริง เป็นความจริงอันประเสริฐ อริยสัจมี 4 (วิ.ม. 4 / 14 / 21-22) คือ
1. ทุกขอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐ คือความทุกข์
2. สมุทยอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐคือเหตุเกิดทุกข์
3. นิโรธอริยสัจ ความจริงอันประเสริฐ คือความดับทุกข์
4. อริยมรรค ความจริงอันประเสริฐ คือทางปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น